บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าในอนาคตบริษัทฯ จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถจ่ายหนี้หุ้นกู้และเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้สม่ำเสมอ

ปี 2562 นับเป็นปีที่บริษัทฯ ครบรอบการดำเนินงานมามากกว่า 30 ปี จากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านมา บริษัทฯ มี ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการดำเนินงานให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่เติบโตและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่โอกาสในสิ่งใหม่ด้าน ระบบขนส่ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบบริหารจัดการจราจร และระบบเก็บเงิน และปัจจัยอื่นที่สนับสนุนการเติบโตของ บริษัทฯ ได้แก่ ฐานะการเงินและประสบการณ์ตลอดอายุการทำงานของบุคลากรบริษัทฯ ที่เข้มแข็งขึ้นจากอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งโอกาส ในการขยายโครงการใหม่ที่จะร่วมประมูลโครงการต่างๆ ของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปี 2562 การเปิดใช้ถนนพื้นราบโดยรอบทางยกระดับฯ เช่น ถนนพหลโยธิน ถนน Local Road ถนนรัชดาภิเษก การเปิดอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน การเปิดใช้งานได้ตามปกติของสะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ฯลฯ ได้เปิดใช้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทำให้ปริมาณจราจรคืนสู่สภาพปกติในปีนี้ มีผลทำให้ปริมาณ จราจรบนทางยกระดับลดลงทำให้รายได้ค่าผ่านทางลดลงจากจำนวน 3,024 ล้านบาทในปี 2561 เหลือ 2,816 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 6.9 นอกจากนั้นเนื่องจากการรับรู้ประมาณการของค่าซ่อมบำรุงรักษา (Maintenance Obligations) ปี 2562 เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีเรื่องการรับรู้ค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินระยะยาว อาทิ การปรับปรุงระบบควบคุมการ จราจรและระบบเฝ้าระวังบนทางยกระดับดอนเมือง (Traffic Control & Surveillance System : ITS) การปรับปรุงโครงสร้าง และอาคารด่านเก็บเงิน งานโครงการปรับปรุงระบบเก็บค่าผ่านทาง Manual Toll Collection System (MTC) การตัดจ่ายต้นทุน สัมปทานเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ปริมาณจราจร และ การรับรู้ต้นทุนในอดีตของผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจาก การแก้ไขโครงการสอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2562 และ มีผลทำให้กำไรสุทธิลดลงจากจำนวน 1,457 ล้านบาท ในปี 2561 เหลือ 1,159 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 20.5

นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2562 ได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด 19 (COVID-19) เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหาแนวทาง แก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าในอนาคตบริษัทฯ จะสามารถจ่ายชำระหนี้หุ้นกู้และเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ สม่ำเสมอ โดยในปี 2562 บริษัทฯ ได้จ่ายชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนธันวาคม 2562 จำนวน 1,100 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมหุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัทฯ ลดลงจาก 2,740 ล้านบาทในปี 2561 คงเหลือ 1,640 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 และ บริษัทฯ ยังได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรวม 416 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นปี 2562 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเท่ากับ 0.59 เท่า ซึ่ง บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า บริษัทฯ ยังคงมีผลกำไรที่จะจ่ายเงินปันผลควบคู่กันไปกับการชำระหนี้คืนหุ้นกู้ทุกๆ ปี เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับ เงินปันผลและสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

สำหรับด้านการปรับปรุงการให้บริการเพื่อให้ผู้ใช้ทางสามารถใช้บริการทางยกระดับดอนเมืองด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัท เมโทรโพลิแทน เอ็กซ์เพรสเวย์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ปรึกษาของบริษัทฯ ในการ พัฒนาระบบการจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกบนทางยกระดับ และบริษัทฯ ได้ตัดสินใจลงทุน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อุปกรณ์ต่าง ๆ บนทางยกระดับให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการจราจรบนทางยกระดับของบริษัทฯ โดย คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2563 และได้มีการพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความสะดวกและมี ทางเลือกในการชำาระค่าผ่านทางของผู้ใช้ทาง ประกอบกับสนองตอบนโยบายจากภาครัฐที่ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบเก็บค่าผ่าน ทางแบบอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนของคดีปกครองที่บริษัทฯ ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับภาครัฐรวม 3 คดี ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ยกฟ้องบริษัทฯ แล้ว 2 คดี จึงคงเหลือคดีปกครอง 1 คดีที่อยู่ในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้บริษัทฯ ร่วมกับ ที่ปรึกษากฎหมายได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลของคดีจะออกมาเป็นคุณต่อบริษัทฯ เช่นเดียว กับ 2 คดีแรกที่ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายกฟ้องบริษัทฯ แล้ว

บริษัทฯ ได้เป็นหลักในการก่อตั้งและบริหารจัดการมูลนิธิทางสู่ฝัน ปั้นคนเก่ง (Dream for Achievement Foundation) ต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี2556 เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีควาามประพฤติดี ความสามารถสูง สามารถสอบเข้า เรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2556 เรื่อยมา ถึงปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้มอบทุนให้แก่นักศึกษาที่มีความสามารถดังกล่าวรวมทั้งสิ้นจำนวน 127 ทุน และนักศึกษาของมูลนิธิฯ ทุกท่าน มีความประพฤติ และผลการเรียนที่ดี ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มบริหารงานมูลนิธิฯ เป็นต้นมาจนถึงปี 2562 มีนักศึกษาทุนสำเร็จการศึกษาจำนวน ทั้งหมด 42 ท่าน โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 และ อันดับ 2 รวมกัน จำนวน 21 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 50 มูลนิธิทางสู่ฝัน ปั้นคนเก่ง ยังคงเดินหน้ามอบทุนดังกล่าวต่อไปเพื่อสร้างเสริมเยาวชนที่มีควมรู้ความสามารถ แต่ฐานะยากจนและด้อยโอกาสเหล่านี้เพื่อเติบโต มาเป็นพลังในการพัฒนาประเทศชาติ ทางบริษัทฯ จะสนับสนุนมูลนิธิทางสู่ฝัน ปั้นคนเก่ง ต่อไป และเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาที่ ประสงค์จะส่งเสริมการศึกษาตามนโยบายของมูลนิธิฯ ดังกล่าวได้ร่วมบริจาค อันจะทำให้มูลนิธิฯ เป็นองค์กรช่วยเหลือสังคมที่ยั่งยืน ต่อไป (รายละเอียดมูลนิธิตาม web site: www.daf.or.th)

ท้ายนี้ กระผมในนามของผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร ฝ่ายบริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ทุกท่าน ขอขอบคุณประชาชน ผู้ใช้บริการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ท่านผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้มีส่วนได้เสียที่สนับสนุนการดำเนินงานและให้ความไว้วางใจ บริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา พร้อมกันนี้ ต้องขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมการ ผู้บริหาร ฝ่ายบริหาร และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งพนักงานของบริษัทฯ ทุกท่าน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทปฏิบัติงาน และช่วยกันพัฒนางานอย่างเต็มที่ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งในทุกด้าน สามารถให้บริการทางยกระดับดอนเมือง ให้กับผู้ใช้ทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็น ไปตามพันธกิจและวิสัยทัศน์ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้เป็นอย่างดี


นายสมบัติ พานิชชีวะ

ประธานกรรมการ